Fri. Jul 19th, 2024

ThaiGameGuide

ศูนย์รวมข้อมูลเกมสำหรับคนไทย

ทำไมหลายๆเกมถึงย้ายเกมไปลง Epic Games แทน Steam?

เป็นอีกประเด็นร้อนแรงสำหรับช่วงนี้เลยก็ว่าได้ ที่เกมดังๆหลายเกมไม่ว่าจะ Satisfactory , Ashen , World War Z หรือล่าสุดอย่าง Metro Exodus ก็ตัดสินใจวางขายเกมบน Epic Games ในฐานะเกมแบบ Exclusive และจะไม่วางขายบน Steam จนกว่าจะครบสัญญา 1 ปี แต่แน่นอนว่ามันมีสาเหตุที่ทำให้เหล่าผู้พัฒนาเกมเลือกที่จะเปลี่ยน ซึ่งก็คือเรื่องรายได้นั่นเอง

รายได้เป็นประเด็นสำคัญ

หลายๆคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเกมที่เราวางอยู่บน Platform ต่างๆ นั้น จะต้องมีการแบ่งส่วนของรายได้ให้กับ Platform นั้นๆด้วย ซึ่งส่วนแบ่งก็จะมีอัตราที่แตกต่างกันออกไป แต่แน่นอนว่ามันกระทบกับรายได้ของผู้พัฒนาเกมอย่างแน่นอน เพราะนอกจากส่วนแบ่งเหล่านี้แล้ว ยังมีส่วนแบ่งอื่นๆอีก อย่างเช่น ค่าลิขสิทธิ์ และส่วนแบ่งอื่นๆ ซึ่งส่งผลทำให้รายได้จริงๆอาจจะมีเหลือไม่มากอย่างที่เราคิด

อัตราส่วนแบ่งบน Steam?

Steam เป็น Platform ยักษ์ใหญ่ที่เรารู้จักกันดี แต่เป็นที่ชื่นชอบของผู้เล่นเกม แต่สำหรับผู้พัฒนาเกมมันอาจจะไม่สวยงามนัก เพราะต้องแบ่งรายได้ให้ Steam มากถึง 30% เลยทีเดียว

อัตราส่วนแบ่งของ Epic Games?

หากเกมใช้ Unreal Engine ในการพัฒนา แต่ไม่ได้วางขายบน Unreal Engine ผู้พัฒนาเกมก็จะต้องแบ่งรายได้ 5% ให้กับ Epic Games โดยรายได้จะคำนวณแบ่งออกเป็น ไตรมาส (Quarter) ซึ่งคำนวณโดยหัก $3,000 ออกจากรายได้ของแต่ละไตรมาส แล้วค่อยนำมาคิดส่วนแบ่ง 5% แต่ในกรณีที่เกมถูกวางขายบน Epic Games ผู้พัฒนาจะต้องแบ่งรายได้ให้ Epic Games เท่ากับ 12%

รายได้รวมที่จะได้หากเกมใช้ Unreal Engine และวางขายบน Steam

สมมุติรายได้ทั้งหมดในไตรมาสคือ $10,000 
  • แบ่งให้ Steam : $10,000 x 0.3 = $3,000
  • แบ่งให้ Epic Games : ($10,000$3,000) x 0.05 = $350
  • รายได้คงเหลือ : $6,650
แน่นอนว่า ถ้าหากเกมไม่ได้ถูกขายบน Steam ผู้พัฒนาเกมจะได้รับรายได้มากถึง $8,800 เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ ผู้พัฒนาเกมเลือกที่จะเปลี่ยน Platform ในการขาย เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับตัวเอง

การวางขายบน Epic Games ในช่วงเกมเปิดตัวน่าจะสร้างกำไรได้มากกว่าบน Steam

แน่นอนว่าเกมที่ออกใหม่ ย่อมเป็นที่สนใจแก่ผู้เล่นและมีแนวโน้มที่ผู้เล่นจะซื้อเกม Pre-order และเกมในราคาเต็มในช่วงที่เกมออกมาใหม่ในช่วงเดือนแรกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นช่วงที่น่าจะทำกำไรได้มากที่สุดในช่วงนี้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่หลายๆเกมจะเลือกลง Steam ในภายหลัง เมื่อกระแสเกมซาลง เพราะผู้พัฒนาเกมส่วนมากน่าจะเชื่อว่า ถึงแม้ว่าเกมของพวกเค้าจะเปลี่ยน Platform ก็ตามที แต่ผู้เล่นที่สนใจในเกม ก็ยังคงซื้อเกมของพวกเค้าอยู่ดี ถึงแม้ว่าจะมีกระแสออกมาต่อต้านก็ตามที

แล้วสำหรับผู้เล่นอย่างเราล่ะ?

จุดนี้คงจะตอบได้ยากว่า เราควรจะสนับสนุนการตัดสินใจของผู้พัฒนาเกมหรือไม่ คงขึ้นอยู่กับเราแล้วล่ะว่า มั่นใจในผู้พัฒนาเกมนั้นๆมากหรือน้อยแค่ไหน แต่ถ้าให้พูดตามความเป็นจริงแล้วล่ะก็ ไม่ว่าเกมจะอยู่บน Platform ใดก็ตาม ถ้าตัวเกมไม่จำเป็นต้องพึ่งพาระบบออนไลน์ของ Platform นั้นๆเลย เกมที่ดีและสนุกยังไงก็คงยังดีและสนุกอยู่วันยังค่ำ แต่สำหรับคนที่ยังไม่มั่นใจอาจจะต้องรอให้เกมลดราคา หรือตั้งความหวังไว้ว่าเกมเหล่านั้นซักวันพวกมันจะกลับมาบน Steam ในซักวันหนึ่ง

Let us know what you think.

Leave a Reply